ความสำคัญของการตรวจสอบระบบไฟฟ้า

การตรวจสอบระบบไฟฟ้าในสถานประกอบการเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่เพียงแต่ช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรืออันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายที่สถานประกอบการทุกแห่งต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด มีกฎหมายควบคุมที่เกี่ยวข้องจาก 2 หน่วยงานหลัก ได้แก่:

1. กรมโรงงานอุตสาหกรรม

  • กำหนดให้สถานประกอบการต้องดำเนินการ ตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นประจำทุกปี
  • รายงานผลการตรวจสอบต้อง จัดเก็บไว้ในสถานประกอบการ เพื่อใช้ในการตรวจสอบภายในหรือจากเจ้าหน้าที่รัฐ

2. กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

  • กำหนดให้สถานประกอบกิจการต้อง ตรวจสอบระบบไฟฟ้าเป็นประจำทุกปีเช่นกัน
  • รายงานผลต้องยื่นต่อสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานในเขตพื้นที่ ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ ภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

ผู้ตรวจสอบระบบไฟฟ้าต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมาย

ผู้ที่มีหน้าที่ตรวจสอบ จะต้องเป็น วิศวกรไฟฟ้าที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ตามที่กฎหมายกำหนด และต้องเป็นผู้ที่ ขึ้นทะเบียนถูกต้อง กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นในนาม บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

นอกจากนี้ ผู้รับบริการตรวจสอบ (เช่น เจ้าของโรงงานหรือสถานประกอบการ) จะต้องดำเนินการขึ้นทะเบียนสถานที่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถดำเนินการตรวจสอบระบบไฟฟ้าได้อย่างถูกต้องตามขั้นตอน

ดาวน์โหลดกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

รายการตรวจสอบระบบไฟฟ้า

1. ตรวจสอบด้วยสายตา (Visual Inspection)

เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟ เช่น รอยไหม้ สภาพสายที่ชำรุด หรือการติดตั้งที่ไม่เหมาะสม

2.ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าทั่วไป

รวมถึงเบรกเกอร์ สวิตช์ ปลั๊ก เต้ารับ ระบบกราวด์ และระบบป้องกันไฟฟ้าลัดวงจร

3.ตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้า

วัดค่าทางไฟฟ้าและตรวจสอบสภาพภายนอกเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

4.ตรวจสอบตู้เมนสวิตช์ (Main Switchboard) และแผงย่อย

รวมถึงระบบควบคุมไฟฟ้าทั้งหมดภายในอาคารหรือโรงงาน

5.ตรวจสอบสายไฟฟ้าและอุปกรณ์ต่อพ่วง

ประเมินคุณภาพและสภาพของสายไฟ รวมถึงวัสดุและการเชื่อมต่อ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากไฟฟ้ารั่วหรือช็อต

6.การตรวจสอบด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermo Scan)

เพื่อวิเคราะห์ความร้อนสะสมในจุดเชื่อมต่อต่าง ๆ ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการลัดวงจรหรือไฟไหม้

7.ตรวจสอบและรับรองแบบแปลนระบบไฟฟ้า (Single Line Diagram)

ตรวจสอบความถูกต้องของแบบแปลน เพื่อให้สอดคล้องกับการติดตั้งจริง

หลังจากดำเนินการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จะมีการจัดทำ รายงานผลการตรวจสอบระบบไฟฟ้า พร้อมลงนามโดยวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อใช้ยื่นต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

รายการตรวจสอบระบบไฟฟ้าให้ถูกต้องตามกฎหมายและปลอดภัย

  1. ตรวจสอบตู้เมนสวิตช์ (Main Distribution Board: MDB / DB)
    • จุดต่อสายไฟและบัสบาร์
    • ความถูกต้องของแบบแปลนไฟฟ้า (Single Line Diagram)
    • อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน (Overcurrent Protection Devices)
    • ระบบสายดินของแผงสวิตช์
    • การตรวจสอบอุณหภูมิของอุปกรณ์ด้วย Thermo Scan
    • สภาพของจุดเชื่อมต่อสายไฟ
    • ระบบการต่อลงดินของแผงควบคุม
  2. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าแรงสูง (High Voltage System)
    • สภาพสายไฟฟ้าอากาศและเสาไฟ
    • การติดตั้งและประกอบอุปกรณ์บนหัวเสา
    • ความมั่นคงของสายยึดโยง (Guy Wire)
    • การติดตั้งล่อฟ้า (Lightning Arrester)
    • สภาพของจุดต่อสายไฟ
    • ระบบการต่อลงดินของอุปกรณ์แรงสูง
  3. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าแรงต่ำภายในอาคาร (Low Voltage System)
    • วงจรเมน (Main Circuit) และสายไฟเข้าเมนสวิตช์
    • รางเดินสาย (Cable Tray) และรางเคเบิล
    • การตรวจสอบสภาพฉนวนของสายไฟ
    • จุดเชื่อมต่อสายไฟในแต่ละตำแหน่ง
    • การป้องกันความร้อนจากกระแสเหนี่ยวนำ
    • การวัดอุณหภูมิของอุปกรณ์ไฟฟ้า
  4. ตรวจสอบหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer Inspection)
    • เครื่องป้องกันกระแสเกินด้านไฟเข้า
    • การเชื่อมต่อสายไฟแรงสูงและแรงต่ำ
    • การติดตั้งล่อฟ้าและดรอปฟิวส์คัตเอาท์
    • อุปกรณ์ป้องกันการสัมผัสส่วนที่มีไฟฟ้า
    • การต่อลงดินของหม้อแปลงและอุปกรณ์
    • ตรวจสอบสภาพภายนอกของหม้อแปลง (คราบรั่วซึม สนิม ความเสียหาย)
  5. ตรวจสอบอุปกรณ์ตัดวงจรต้นทาง (Primary Disconnecting Devices)
    • ดรอปฟิวส์คัตเอาท์ (Drop Fuse Cut-out)
    • สวิตช์ตัดตอน (Disconnecting Switch) หรือ RMU (Ring Main Unit)

ช่องทางการติดต่อ

วันและเวลาติดต่อ จันทร์-เสาร์ 8.30-17.00 น.

โทรศัพท์

บริษัท โปรวิชั่น อินสเปคเตอร์ จำกัด
ที่อยู่ : 89/115 หมู่ที่ 1 ต. บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ 10540

02-1233664
081-9246156 (คุณจันทิมา)